ทดสอบสมรรถนะ Nissan Almera 1.0 Turbo บนเส้นทาง จ.พิษณุโลก – จ.ตาก

โดย Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 07 November 2567
Nissan Almera 1.0 Turbo แม้ในปี 2024 นี้ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไร แต่ถ้ามองในภาพรวมถือว่า คุ้มค่าทั้งในเรื่องสมรรถนะตัวรถ และความประหยัดน้ำมัน

บทความนี้ ออโต้สปินน์ได้มีโอกาสขับทดสอบ Nissan Almera 1.0 Turbo กันอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเอามาขับทดสอบเมื่อปีที่แล้ว โดยทริปนี้ เป็นกิจกรรม “Waycation ขับสนุกตามแสงตะวัน” ที่ทางนิสสันจัดขึ้นช่วงปลายฝนต้นหนาว พาผู้ร่วมทริปเดินทางในเส้นทางเดียวกันกับที่พระอาทิตย์โคจรจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก ด้วยรถยนต์สองรุ่นยอดนิยมของนิสสัน คือ Kicks e-Power และ Almera รวมระยะทางกว่า 950 กม. จากชายแดนไทยในจังหวัดนครพนม สู่ชายแดนฝั่งตะวันตก อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
โดยการเดินทางจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง
- ช่วงแรก จ.นครพนม – จ.ขอนแก่น ระยะทาง 320 กม.
- ช่วงที่สอง จ.ขอนแก่น – จ.พิษณุโลก ระยะทาง 330 กม.
- ช่วงที่สาม จ.พิษณุโลก – จ.ตาก ระยะทาง 290 กม.

ออโต้สปินน์ได้รับไม้ต่อ ให้ขับช่วงที่ 3 โดยใช้ Nissan Almera 1.0 VL เป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งเส้นทางจาก จ.พิษณุโลก – จ.ตาก มีสภาพเส้นทางและการจราจรที่หลากหลาย ทั้งขับในเมืองที่รถติด และขับบนถนนโล่ง รวมถึงยังมีการขับขึ้นเขา – ลงเขา เพื่อทดสอบสมรรถนะด้านต่าง ๆ ของตัวรถ
รับชมรีวิวรูปแบบวีดีโอ
ทดสอบการขับขี่
การขับขี่กับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ 100 แรงม้า แรงบิด 152 นิวตันเมตร หลากดูที่ตัวเลข อาจจะมองว่าไม่แรงเลย แต่ความเป็นจริงต้องบอกว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะอัตราเร่งมีการตอบสนองได้ดีทุกย่านความเร็ว ช่วงออกตัวจะรู้สึกหน่วงเล็กน้อย แต่พอรถเริ่มเคลื่อนตัวอัตราเร่งมาดีมากครับ คันเร่งติดเท้าแบบรอบเครื่องไม่ตก

ในช่วงของการขับขึ้นเขา แม้เครื่องยนต์จะแค่ 1.0 ลิตร แต่เครื่องตัวนี้พ่วงด้วยเทอร์โบที่ทำงานตั้งแต่ในรอบต่ำ จึงทำให้รถมีพละกำลังเหลือเฟือ บางช่วงที่เป็นทางชันมากๆ อาจมีอาการตื้อเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลครับ กดคันเร่งเพิ่มเข้าไปอีกนิดดันขึ้นเขาได้แบบสบายหายห่วง
ในส่วนของระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ตามสไตล์รถอีโคคาร์ ปรับเซ็ตให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบทั่วไป รับแรงกระแทกได้ดีเมื่อขับผ่านทางขรุขระ ไม่ได้สั่นสะเทือนเข้าตัวรถมากนัก และนุ่มแบบพอประมาณเมื่อวิ่งในทางเรียบ ในช่วงที่เป็นทางโค้งก็สามารถสาดโค้งได้ในความเร็วที่เหมาะสม ให้การยึดเกาะถนนที่ดี ส่งผลทำให้การควบคุมพวงมาลัยทำได้ง่ายด้วย การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ถ้าใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม. จะเก็บเสียงได้ดี แต่ถ้าใช้ความเร็วมากกว่านั้นก็จะเริ่มได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารแว่วๆ

สรุปอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง Nissan Almera 1.0L Turbo
- ขับในเมืองแบบรถไม่ติดมากนัก 16 กม./ล.
- ขับนอกเมือง ถนนโล่ง 22 กม./ล.
- ขับขึ้นเขา 12 กม./ล.
- เฉลี่ยโดยรวมจากทริปที่ขับทดสอบ รวมขับขึ้นเขา 16 กม./ล.
รายละเอียดตัวรถ Nissan Almera 1.0L Turbo VL CVT

มิติตัวรถ
- ความยาว 4,495 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,740 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,460 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 2,620 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ 1,070 – 1,079 กิโลกรัม
เครื่องยนต์ Nissan Almera 2024

เครื่องยนต์รหัส HRA0 เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 1.0 ลิตร 999 ซีซี. พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharger พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ XTronic CVT พร้อม D-Step Logic ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมันสูงสุด Gasohol E20 ความจุถังน้ำมัน 35 ลิตร
ระบบกันสะเทือน
- ช่วงล่างด้านหน้า เป็นแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อม Coil Spring จาก Tokico และ เหล็กกันโคลง
- ช่วงล่างด้านหลัง เป็นแบบคานบิดกึ่งอิสระ Torsion Beam พร้อม Coil Spring จาก Tokico และเหล็กกันโคลง


สำหรับคันที่นำมารีวิวนี้ คือสีใหม่ที่เปิดตัวตอนไมเนอร์เชนจ์ 2023 สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) หากดูจากในรูปอาจไม่ได้ต่างจากสีปกติ แต่ตัวรถจริงสวยมากครับ ซึ่งสีเทาใหม่นี้จะเหมือนเปลี่ยนเฉดสีเองได้ ช่วงเวลาสถานที่และมุมที่มอง โดยจะออกเงาเฉดสีม่วง เมื่อมองในขณะที่แสงน้อย แต่จะออกโทนสีฟ้ามากขึ้นถ้าอยู่ในที่ที่มีแสงแดดจัด และเมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นเป็นสีทึบ แต่ถ้าเข้ามาใกล้จะมองเห็นเงาประกายมุกที่ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ Nissan Almera ยังมีชุดแต่งให้เลือกซื้อ ซึ่งคันในรูปคือชุดแต่ง Ignite Package สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่นปกติคือ สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์ด้านหลังสีดำเงา

ในส่วนของภายใน คอนโซลเป็นแบบหุ้มหนังสีสันสวยงาม มีที่ชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger ตัวช่วยในการขับขี่ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ที่ทำให้ทุกการเดินทางระยะไกลสบายมากยิ่งขึ้น

ถือเป็นครั้งแรกสำหรับรถขนาดเล็กในกลุ่มนี้ ทางนิสสันได้เห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยโดยมีปุ่ม SOS ระบบโทรฉุกเฉิน ระบบจะติดต่อกับศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เพื่อประสานงานและส่งความช่วยเหลือไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเราเกิดปัญหาใด ๆ ก็ตาม ซึ่งปุ่มนี้เราจะเห็นได้จากรถฝั่งยุโรปเป็นส่วนใหญ่นี้ถือเป็นครั้งแรก

NissanConnect Services การสั่งการทุกอย่างผ่านจากมือถือ ด้วยระบบสั่งการระยะไกลต่าง ๆ ได้แก่ ระบบตรวจสอบสถานะการล็อกประตู สั่งล็อก หรือปลดล็อกรถยนต์ระยะไกล ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล ระบบสั่งกะพริบไฟหน้า และระบบเสียงแตรระยะไกล ที่ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งของรถได้สะดวก และ My Car Finder หรือระบบค้นหาตำแหน่งรถ ซึ่งฟังก์ชันนี้จะช่วยค้นหา และนำทางไปยังรถได้ในทันที เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคมากด้วยปัจจุบัน เราใช้มือถือเป็นหลักดังนั้นการเชื่อมรถเข้ากับมือถือได้นั้น เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น


มาตรวัดเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital พร้อมหน้าจอ MID แบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอระบบความบันเทิงแบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายผ่าน Bluetooth ระบบเชื่อมต่อ Smartphone ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อได้ง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยาก กล้องมองภาพรอบคัน IAVM (Intelligent Around View Monitor) ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ/บุคคล เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน MOD (Moving Object Detection) ระบบต่าง ๆ ที่มีมาให้นั้นทำให้การขับขี่ง่ายและยังช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย
Nissan Almera 2024 มีสีตัวถังภายนอก ให้เลือก 6 สี
- สีขาว Strom White
- สีแดง Radiant Red (เฉพาะรุ่น EL, V และ VL)
- สีดำ Black Star
- สีเทา Gun Metallic
- สีน้ำเงิน Night Blue (เฉพาะรุ่น EL, V และ VL)
- สีเทานม Gray Sky Pearl (เฉพาะรุ่น V และ VL)
สีทูโทนหลังคาดำ เฉพาะรุ่น VL มีให้เลือก ดังนี้
- สีขาว Strom White หลังคาดำ
- สีเทา Gun Metallic หลังคาดำ
- สีเทานม Gray Sky Pearl หลังคาดำ
ราคาจำหน่าย Nissan Almera 2024
- รุ่น E ราคา 549,000 บาท
- รุ่น EL ราคา 589,000 บาท
- รุ่น V ราคา 669,000 บาท
- รุ่น VL ราคา 699,000 บาท
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
Check out the best car deals in town!
Prev
2009 Toyota ALPHARD 2.4 (ปี 08-14) V Van – AT
Baht 490,000
2022 Toyota HILUX REVO 2.4 Smart Cab Z Edition Entry Smart Cab Pickup – Z Edition Entry
Special offer – call now!
5 days 21 hours
2017 Mercedes-Benz C350 2.0 W205 (ปี 14-22) e AMG Dynamic Wagon
Baht 799,000
2022 Mercedes-Benz GLC300 2.0 W253 (ปี 15-22) e 4MATIC AMG Dynamic SUV – 4WD
Special offer – call now!
2 days 24 hours
2019 Mazda 2 1.3 (ปี 15-25) Sports High Connect Hatchback – AT
Baht 330,000
โหมดการอ่าน
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium โฉมนี้ ยังน่าใช้อยู่ไหม ?

โดย Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 06 November 2567
อย่างที่หลายท่านทราบกัน ว่ารถตระกูล CLS ทางเมอเซเดสเบนซ์ได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้ เพราะล็อตสุดท้ายที่เค้าผลิตออกมา ก็อยู่ในช่วงประมาณปี 2023 ทำให้ในปี 2024 นี้ บางโชว์รูมอาจจะยังพอมีรถหลงเหลืออยู่บ้าง
Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium ยังน่าใช้อยู่ไหม ?


ดีไซน์โดดเด่น
Mercedes-Benz CLS ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีเสน่ห์มาก ผสมผสานระหว่างรถซีดาน กับคูเป้ เข้าไว้ด้วยกัน แม้จะไม่ได้โดดเด่นไปทางด้านใดด้านหนึ่ง แต่ก็สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่มเลยทีเดียว เช่น คนที่ชอบรถคูเป้ แต่ที่บ้านมีสมาชิกหลายคน หรือแม้แต่คนที่ต้องการรถซีดาน แต่อยากได้ดีไซน์การออกแบบที่เหมือนกับรถคูเป้ และผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงไหลกับการดีไซน์ของเจ้าคันนี้มาก แม้รุ่นนี้จะเปิดตัวมาแล้วหลายปี แต่พอเห็นใครขับผ่านบนถนนทีไรไม่วายที่จะต้องเหลียวสายตาไปมอง
ประหยัดน้ำมัน
Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 1,950 ซีซี 4 สูบ เทอร์โบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 ใช้เวลา 7.5 วินาที

เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ประหยัดน้ำมันมาก พร้อมกับมีระบบ Mild Hybrid ที่จะเข้ามาช่วยทำงาน สังเกตได้ง่ายจากจังหวะการขับออกตัว รถจะไปแบบลื่นๆไม่รู้สึกหน่วง ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่ง CLS 220d ถ้าขับใช้งานแบบวิ่งทางไกลข้ามจังหวัดจะประหยัดน้ำมันแบบเหลือเชื่อเลยทีเดียวครับ จากการทดสอบในสภาพการจราจรต่าง ๆ ผมขอสรุปอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดังนี้ครับ
- ขับแบบรถติด ๆ กินน้ำมันประมาณ 10 กม./ล.
- ขับแบบทางโล่งรถไม่ติด กินน้ำมันประมาณ 20 กม./ล.
- รถติดครึ่งนึง ถนนโล่งครึ่งนึง กินน้ำมันประมาณ 14 กม./ล.
ปรับลดราคาลงจากเดิม 760,000 บาท
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium 2024 ลดราคาจำหน่ายลง 760,000 บาท เหลือ 3,880,000 บาท จากราคาปกติ 4,640,000 บาท
เป็นโฉมสุดท้าย
ในโฉมนี้เป็นโฉมสุดท้าย ไม่มีรุ่นที่ต่อยอดโดยใช้ชื่อ CLS ซึ่งก็พูดได้เต็มปากแหละครับ ว่าไม่ตกรุ่น และดีไซน์ภายนอกของ CLS ต่อให้ผ่านไปอีก 10 ปีข้างหน้า มันก็ยังดูหล่อ เท่ ไปอีกนาน
Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium ขับดีไหม ?

ในเรื่องของอัตราเร่ง ถ้าขับในเมือง ผมแนะนำให้ใช้โหมด ECO เพราะเป็นโหมดที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด อีกทั้งการขับตอนรถติด ๆ เครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังมากมาย แต่ถ้าใช้โหมด ECO ในการขับซิ่ง หรือเร่งแซง เครื่องยนต์จะรู้สึกหน่วง ๆ ในช่วงออกตัว
สำหรับโหมด Comfort ผมว่าเป็นโหมดที่ครอบคลุมการใช้งานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตอนรถติด หรือรถโล่ง หรือแม้แต่เวลาที่ต้องการใช้ความเร็ว ซึ่งกำลังของเครื่องยนต์ในโหมดนี้ จะมาแบบเรื่อย ๆ แรงแบบพอประมาณ
ถ้าอยากซิ่ง ก็ใช้โหมด Sport เลยครับ เครื่องยนต์ในโหมด Sport คันเร่งจะตอบสนองไว เหยียบคันเร่งแปบเดียว เหลือบมามองที่หน้าจอเรือนไมล์อีกทีความเร็วพุ่งไป 180 กม./ชม.แล้ว ใครว่ารุ่นนี้อืด ผมขอเถียงขาดใจเลย
แม้ตัวถังรถจะมีขนาดใหญ่ แต่การขับมุดซอกแซก เลี้ยวเข้าออกซอกซอย ก็ทำได้อย่างคล่องตัว มี Blind Spot Assist ที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ทางด้านข้าง แม้เราจะจอดรถและดับเครื่องยนต์ไปแล้ว แต่ถ้าเราเปิดประตูรถ แล้วมีรถวิ่งมาทางด้านหลัง ก็มีระบบแจ้งเตือนให้ด้วย
สำหรับระบบเบรกแบบอัตโนมัติ เราสามารถตั้งระดับได้ว่า จะให้ระบบทำงานช้าหรือเร็ว และสามารถปิดระบบนี้ได้ จากการทดสอบ หากเราขับจี้ท้ายรถคันหน้า จะมีสัญญาณเตือนขึ้นที่หน้าจอเรือนไมล์ แต่ถ้าขับจี้มากเกิน รถจะเบรกให้แบบอัตโนมัติ ถือเป็นอีกหนึ่งระบบความปลอดภัยที่มีประโยชน์มากในยุคปัจจุบัน

การจอดรถก็เช่นกัน หากคุณเป็นมือใหม่ การจอดรถเข้าซองจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะ Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium มีระบบค้นหาที่จอดรถ และนำรถเข้าจอดให้เอง โดยที่เราไม่ต้องหมุนพวงมาลัยและเปลี่ยนเกียร์เองเลย

นอกจากนี้ ยังมีกล้องมุมมองแบบ 360 องศา มองเห็นรถได้แบบรอบคัน จึงไม่ต้องกลัวเลยว่าเราจะขับไปเบียดรถคันอื่น และเรายังสามารถเลือกดูกล้องแต่ละมุมได้อีกด้วย ซึ่งผมใช้ระบบนี้บ่อยมากเวลาจอดเทียบฟุตบาธ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเก็บเสียง ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดีครับ ใช้ความเร็ว 140 กม./ชม. ยังแทบไม่ได้ยินเสียงลมเข้าห้องโดยสารเลย แต่ด้วยความที่ใช้เป็นยางรันแฟลต โครงสร้างของยางจะกระด้างกว่ายางธรรมดา จึงทำให้ได้ยินเสียงดังที่มาจากพื้นให้ได้ยินบ้าง

ในส่วนของระบบช่วงล่าง ผมขอแยกออกเป็น 2 ส่วนนะครับ คือ ระบบช่วงล่าง กับ ล้อ
ระบบช่วงล่าง ถือว่าทำออกมาได้ดีมากครับ รุ่นนี้จะไม่ได้เน้นนุ่ม แต่ออกออกแนวช่วงล่างแบบสปอร์ต ขับเข้าโค้งมั่นใจ ไม่มีร่อน
แต่ล้อ รู้สึกขัดใจมากครับ รุ่นนี้จะได้เป็นล้อขนาด 20 นิ้ว คู่หน้ารัดด้วยยาง 245/35R20 ล้อคู่หลังรัดด้วยยางขนาด 275/30R20 ซึ่งยางมันบางมาก เวลาที่ขับผ่านทางขรุขระ หรือตกหลุม มันจะรู้สึกสะท้านเข้าตัวรถ ยิ่งถ้าเจอหลุมใหญ่มีโอกาสที่ล้อและยางจะเกิดความเสียหายได้ง่ายมาก ถ้าลดขนาดล้อลงมาเหลือ 19 นิ้ว แล้วใส่ยางให้หนาขึ้น เหมือนกับช่วงแรกที่เป็นรุ่นนำเข้า ผมว่าน่าจะทำให้การขับขี่ได้ความรู้สึกที่ดีมากกว่านี้
สรุปโดยรวม
ในเรื่องของการดีไซน์ส่วนตัวแล้วผมว่าเป็นดีไซน์ที่ดูสปอร์ตมากครับ เป็นรถสี่ประตูท้ายลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสปอร์ต หรูหรา แต่ยังไม่ทิ้งความกว้างขวาง ใหญ่โต และความสะดวกสบายภายใต้โครงร่าง Coupé เป็นรถที่ใช้งานได้ทุกวัน ไม่ว่าจะในเมือง หรือนอกเมือง Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium คันนี้พาคุณไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยแน่นอน ในเรื่องของ วัสดุ งานประกอบ และเทคโนโลยีต่างๆ ยังคงรักษามาตรฐานได้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในราคาค่าตัว 3,880,000 บาท
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
Check out the best car deals in town!
Prev
2009 Toyota ALPHARD 2.4 (ปี 08-14) V Van – AT
Baht 490,000
2022 Toyota HILUX REVO 2.4 Smart Cab Z Edition Entry Smart Cab Pickup – Z Edition Entry
Special offer – call now!
5 days 21 hours
2017 Mercedes-Benz C350 2.0 W205 (ปี 14-22) e AMG Dynamic Wagon
Baht 799,000
2022 Mercedes-Benz GLC300 2.0 W253 (ปี 15-22) e 4MATIC AMG Dynamic SUV – 4WD
Special offer – call now!
2 days 24 hours
2019 Mazda 2 1.3 (ปี 15-25) Sports High Connect Hatchback – AT
Baht 330,000
Related tags : mercedes benz benz cls CLS220d เบนซ์
![[หนังเต็มเรื่อง] 068H1016 Y ผมขอเช่าคุณสัก 2 3 วันได้ไหมครับ](https://filmindo.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2025/10/image-258.png)